Archive by Author

เครื่องไม้

24 ก.ค.

  ไม้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ มนุษย์มีความสัมพันธ์กับไม้มาแต่สมัยเริ่มแรกแล้ว ประการแรกมนุษย์ได้ใช้ไม้สร้างที่อยู่อาศัย เมื่อมีวิวัฒนาการต่อมามนุษย์จึงรู้จักใช้ไม้ทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในการดำรงชีวิต และเมื่อได้รับความสะดวกสบายอย่างเพียงพอแล้ว ก็เริ่มสนใจในเรื่องของความสวยงาม ซึ่งให้ประโยชน์ทางอารมณ์ จึงเริ่มสร้างเครื่องไม้ขึ้นไว้สำหรับชื่นชมอีกด้วย เครื่องไม้ทั้งสองประเภท คือ เครื่องไม้ประเภทเครื่องมือเครื่องใช้และประเภทสวยงามนี้ เป็นงานหัตถกรรมที่ชาวบ้านทำสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ วัสดุสำคัญที่คนไทยใช้ทำคือ ไม้สักซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากเพราะเนื้อไม้ไม่แข็งไม่หดตัว และปลวกไม่กัดกินทำลายเนื้อไม้ นอกจากนี้แล้วก็มีไม้ชิงชัน ไม้โมกมันและไม้แดง เครื่องมือและเครื่องใช้ที่ทำจากไม้เหล่านี้คือหีบใส่ของ กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องหีบอ้อย นมไม้ กระจ่าสำหรับตักของ สาก ครกกระเดื่อง กระสวย (เครื่องบรรจุด้ายสำหรับทอผ้า) ไน (เครื่องมือปั่นฝ้าย) โปง (ที่แขวนคอสัตว์) หรือฮอก (ภาษาเหนือ) กระสม (ไม้ที่อยู่ในเครื่องทอผ้าสำหรับบิดม้วนผ้าที่ทอแล้ว) เครื่องเรือน (เตียงตั่ง) และเชี่ยนหมาก ซึ่งนิยมใช้กันในอดีตทางภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดขอนแก่น

          สำหรับเชี่ยนหมากนี้มีเรื่องเล่ามาแต่อดีตว่า ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่จังหวัดมหาสารคาม มีครอบครัวชาวนาอยู่ครอบครัวหนึ่งซึ่งมีลูกชายและลูกสาว ลูกชายมีความพึงพอใจลูกสาวของหมอกลางบ้านในละแวกนั้น เป็นประเพณีของชาวอีสานเมื่อผู้ชายต้องการจะสู่ขอหญิงเพื่อจะแต่งงานกันนั้น จะต้องเอาเชี่ยนหมากให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เชี่ยนหมากที่จะให้นี้จะมีรูปลักษณะแตกต่างกันไปตามฐานะ คนมีเงินก็อาจให้เชี่ยนหมากเงิน คนพอมีฐานะก็จะให้เชี่ยนหมากทองเหลือง ส่วนคนธรรมดาก็จะให้เชี่ยนหมากไม้หรือจักสาน ซึ่งซื้อมาจากช่างไม้ชาวบ้านนั่นเองลูกชายของครอบครัวชาวนาดังกล่าวนี้เป็นคนมีฝีมือและนิสัยรักงานช่าง จึงทำเชี่ยนหมากขึ้นเอง เพื่อประสงค์จะเอาไปเป็นของกำนัลสู่ขอลูกสาวหมอกลางบ้านดังกล่าว ลูกชายได้ทำเชี่ยนหมากอย่างสวยงามจนสุดฝีมือ ใครได้เห็นก็ชมเชยจนเป็นที่เลื่องลือกันจนทั่วหมู่บ้าน จนความทราบถึงลูกสาวของหมอ ทำให้อยากเห็นเชี่ยนหมากขึ้นมาเป็นอย่างมาก ในที่สุดลูกชายชาวนาก็ได้แต่งงานกับลูกสาวของหมอสมความปรารถนา เรื่องนี้เป็นที่ประทับใจแก่พวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านจนพากันทำตามอย่าง

          การทำเชี่ยนหมากได้เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย โดยเฉพาะบรรดาคนหนุ่มๆ ในหมู่บ้านชนบทแถบนั้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ เชี่ยนหมากที่หนุ่มๆ ชาวบ้านทำขึ้นเพื่อที่จะให้แก่บรรดาสาวคนรักของตนหรือขายให้แก่ผู้ที่ต้องการหรือผู้ที่ไม่มีฝีมือที่จะทำขึ้นได้เองได้เปลี่ยนมือผู้ทำมาเป็นพระ พระภิกษุทำเชี่ยนหมากขึ้นมาก็เพื่อประสงค์ที่จะเอาไว้ให้กับชาวบ้านเป็นของตอบแทนแก่ผู้ที่มาทำบุญ ในเวลานั้นพระจึงมีบทบาทสำคัญในการทำเชี่ยนหมาก ต่อมาการกินหมากไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากทางราชการได้ห้ามกิน  มีผลกระทบทำให้การทำเชี่ยนหมากลดน้อยลงโดยปริยายและสูญหายไปในที่สุด เชี่ยนหมากมีหลายรูปแบบ มีชนิดที่ทาสี ชนิดสีธรรมชาติ ชนิดที่มีลายแกะด้านข้าง บ้างก็มีฝาเลื่อนปิดได้ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นงานฝีมือที่มีศิลปะทั้งสิ้น

          นอกจากเครื่องไม้ที่เป็นเครื่องใช้ภายในครัวเรือนแล้ว ชาวบ้านยังใช้ไม้ทำชิ้นส่วนของอาคารและสถานที่ ส่วนมากเป็นการประดับและตกแต่งให้งดงาม เช่น ลายฉลุไม้ประดับส่วนบนของช่องลมและประตูหน้าต่าง ไม้ค้ำยันชายหลังคา จั่วหลังคาหน้าบันโบสถ์หรือวิหาร ลูกกรง หัวเสา งานเหล่านี้ช่างชาวบ้านจะช่วยกันทำ อาคารส่วนใหญ่จะเป็นเรือนพักอาศัยภายในหมู่บ้าน รองลงมาคือ วัดและศาลพระภูมิ ชาวบ้านจะทำขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของตนเองและเพื่อเป็นพุทธบูชา ทำด้วยฝีมือที่ประณีต และมักจะตกแต่งเพิ่มเติมให้สวยงามตามทัศนะของตนเอง การตกแต่งนั้นก็มีหลายวิธีวิธีที่นิยมกันคือ แกะสลักและฉลุ กรรมวิธีการแกะหรือการจำหลัก ซึ่งเป็นศัพท์ทางวิชาการนั้นแบ่งออกได้เป็น ๓ ลักษณะคือ แกะเป็นรูปนูนต่ำหรือภาพจำหลักแบน รูปนูนสูงหรือภาพจำหลักนูนและรูปลอยตัว ช่างชาวบ้านจะมีทั้งเด็กหนุ่มและคนแก่ ส่วนมากไม่เคยได้เล่าเรียน การแกะหรือฉลุมาจากสถาบันการศึกษาแห่งใด แต่จะเรียนรู้จากการถ่ายทอดด้วยวาจาและการปฏิบัติจากบรรพบุรุษ

          หัตถกรรมเครื่องไม้ประการสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ เครื่องเล่น เครื่องดนตรี และเครื่องประดับตกแต่ง เช่น หมากขุม ลูกข่าง โปงลาง ซึง ตุ๊กตา โดยเฉพาะช้างไม้ การแกะช้าง ทำกันมากทางภาคเหนือ เนื่องจากช้างเป็นพาหนะสำคัญที่ใช้สำหรับขนท่อนซุงออกมาจากป่า เพื่อนำส่งยังโรงงานตัดไม้อีกทีหนึ่ง ช่างชาวบ้านได้เกิดความบันดาลใจในการทำงานของช้าง จึงนำเอาช้างในอากัปกิริยาต่างๆ มาเป็นเนื้อหาสำหรับแกะสลัก นอกจากนี้อาจมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น ในอดีตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงใช้ช้างเป็นพาหนะและใช้ในการออกศึกด้วย และช้างเคยเป็นสัญลักษณ์ของธงชาติไทย เราจึงนิยมนำเอาช้างมาเป็นแบบในการแกะ ศิลปะแห่งการจำหลักหรือแกะไม้นั้นได้กระทำกันมาแต่โบราณกาล แต่เนื่องจากไม้เป็นวัตถุที่เกิดความเสียหายได้ง่ายด้วยสาเหตุทั่วไปและด้วยความชื้นของอากาศ งานจำหลักไม้จึงเหลือตกมาถึงยุคปัจจุบันนี้เพียงจำนวนน้อย และผลงานที่เก็บรักษาไว้ภายในอาคาร ไม่ถูกแดดเผาและถูกฝนชะเท่านั้นที่ยังคงสภาพดีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ (มาโนช กงกะนันทน์, 2549)

เครื่องเขิน

24 ก.ค.

เครื่องเขินเป็นงานศิลปกรรมอีกอย่างหนึ่งของล้านนาและเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาในอดีตเป็นอย่างมากจนอาจจะกล่าว ได้ว่าเครื่องเขินนั้นเป็นผลิตผลทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและแสดงถึง คุณลักษณะของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี เมื่อกล่าวถึงเครื่องเขินแล้ว โดยทั่วไปจะ หมายถึง ภาชนะเครื่องใช้ที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วเคลือบด้วยรักเขียนลวดลายประดับ  ตกแต่งด้วยชาดทองคำเปลวหรือเงินเปลวที่ผลิตขึ้น โดยชาวเชียงใหม่ ที่มีเชื้อสายสืบมาจากไทเขินแต่ โบราณในพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาด ทองคำเปลวหรือเงินเปลว ที่ผลิตขึ้นโดย ชาวเชียงใหม่ที่มีเชื้อสายสืบมาจาก ไทเขินแต่โบราณ ในพจนานุกรมได้ให้ความหมาย ไว้ว่าหมายถึงเครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดสิ่งของ เครื่องใช้ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในภาคกลาง ก็เคยปรากฎมีอยู่แต่เรียกว่า“เครื่องกำมะลอ”

โดยข้อเท็จจริงแล้วชาวล้านนาแต่ดั้งเดิมมิได้มีคำเรียกผลิตภัณฑ์งานเครื่องสาน ที่ลงรักฉาบชาดเหล่านี้เป็นการเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ประการใด คงเรียกสิ่ง ของเครื่องใช้ประเภทนี้รวม ๆ ไปว่าครัวฮักครัวหางบ้าง เครื่องฮักเครื่องหางหรือ เครื่องฮักเครื่องคำ (ทอง) บ้างทั้งนี้เป็นไปตามลักษณะการประดับตกแต่งว่าจะตก แต่งด้วยชาดหรือปิดทองคำเปลวและจะเรียกชื่อผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นไปตามหน้าท ี่การใช้สอยของภาชนะนั้น ๆ เช่น ขันดอก ขันหมาก ขันโอ หีบผ้า แอ๊บ อูบ ปุง เป็นต้น ในการที่ต้องการเรียกให้เห็นถึงความแตกต่างของวัสดุที่ใช้ทำภาชนะนั้น ก็จะเรียกภาชนะนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ขันอัก (พานที่เป็นเครื่องรัก) หรือบางที ก็อาจจะเรียกไปตามวัสดุที่ใช้ตกแต่งว่า ขันฮักขันหาง หรือ ขันฮักขันคำ (ทอง) เป็นต้นส่วนคำว่า “เครื่องเขิน” นั้นคงเป็นคำเรียกขานที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้อาจ เป็นคำเรียกของคนภาคกลางหรือหน่วยงานราชการเมื่อประมาณ 100 ปี ที่แล้วที่ เรียกไปตามชื่อกลุ่มชนไทยเขินหรือไทยขืน ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ชนิดนี้ ไว้ใช้สอยในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นสินค้าให้คนอื่น ๆ ได้ใช้กันโดยทั่วไปดังนั้น คำว่า “เครื่องเขิน” จึงเป็นชื่อที่เรียกไปตามชื่อของหมู่บ้านและกลุ่มชนที่ผลิต ซึ่งรวมหมายถึงเครื่องใช้ไม้สอยของชาวเขินนั่นเอง

เครื่องปั้นดินเผา

23 ก.ค.

เครื่องปั้นดินเผา

ดินเหนียวเป็นดินชนิดหนึ่งที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมือง  ทั้งชนิดเคลือบและชนิดไม่เคลือบ เช่น

กระถาง  หม้อดิน  โอ่ง  อิฐ  กระเบื้อง เป็นต้น  เมื่อเผาดินเหนียวแร่บางชนิดในดินจะแปรสภาพ และยึดดินไว้ด้วยกัน  สีของดินเผาก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย  ดินเหนียวที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งต่างๆ ให้สีไม่เหมือนกัน  เช่น  ดินเหนียวเกาลิน จากลำปาง  จะให้เครื่องปั้นดินเผาเป็นสีขาว    ดินเหนียวจากราชบุรีให้

สีแดง   ดินเหนียวขากด่านเกวียนให้สีเหลือง  น้ำตาลอมม่วง หรือน้ำเงิน

1.  การสร้างเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาแบบต่างๆ  มีหลักสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอยู่  4  ประการ  ได้แก่

1.1  ให้ได้อุณหภูมิในกำหนดเวลาและรักษาอุณหภูมิให้อยู่คงที่ได้ตามที่ต้องการ

1.2  ให้อุณหภูมิภายในส่วนต่างๆ ของเตาเผาได้ตามที่ต้องการ และเร่งความร้อนได้ตามส่วนต่างๆของเตาเผา

1.3  สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีของชิ้นงานในเตาเผา

1.4  เผาให้ได้อุณหภูมิสูงโดยใช้เชื้องเพลิงน้อย

2.  คำว่า  “เซรามิกส์”  หมายถึงนำสารอนินทรีย์  อโลหะ  สารประกอบ  จำพวกซิลิเกตออกไซด์  คาร์ไบด์

ไนไตรต์  ซัลไฟด์  และบอไรด์  ซึ่งผ่านขั้นตอนการผลิตหรือการหลอมรวมตัวกันที่อุณหภูมิสูง

3.  อุตสาหกรรมเซรามิกส์  หมายถึง  อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นจากการนำสารอนินทรีย์พวกดิน  หิน  แร่ มาใช้เป็นวัตถุดิบ  ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  โดยการใช้ความร้อน  ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเซรามิกส์มีหลายประเภท  ได้แก่

3.1  เครื่องปั้นดินผาและเครื่องเคลือบดินเผา

3.2  วัตถุทนไฟ  เช่นอิฐทนไฟ

3.3  แก้ว

3.4  ซีเมนต์

3.5  โลหะเคลือบ เช่นเครื่องสุขภัณฑ์ต่างๆ

3.6  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ขัดหรือตัด เช่นกระดารทราย  หินขัด

3.7  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานอิเล็กโทรนิกส์  เช่น ฉนวนไฟฟ้าชนิดต่างๆ

3.8  ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ชนิดพิเศษ  เช่นกระดูกเทียม

4.  น้ำยาเคลือบ  เป็นสารประกอบของซิลิเกตเหมือนกับเนื้อดินปั้น  น้ำยาเคลือบชนิดที่ใส่ตะกั่วมีส่วนผสม

สำคัญคือ ตะกั่วแดงหรือตะกั่วขาว  ตะกั่วที่ใส่ลงไปมีประโยชน์ช่วยทำให้น้ำยาเคลือบมีจุดหลอมเหลวต่ำ

หลอมละลายได้ง่าย  เนื้อเคลือบเป็นมันวาว  เรียบ  สวยงาม  ไม่เปลืองค่าแรงงาน  ส่วนมากใช้เคลือบ

ผลิตภัณฑ์พวกแจกัน  ตุ๊กตา  ที่เขี่ยบุหรี่  หรือพวกกระเบื้องต่างๆ  ไม่เหมาะที่จะใช้เคลือบภาชนะที่ใส่ของสำหรับบริโภค  เพราะตะกั่วในเนื้อเคลือบของภาชนะ  ซึ่งอาจมีโอกาสปนเปื้อนในอาหาร  ในขณะที่นำไปใส่อาหารที่เปรี้ยวจัด หรือเค็มจัดเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้

5.  การที่ร่างกายได้รับสารที่มีตะกั่วเป็นส่วนประกอบสะสมไว้เป็นเวลานาน ทีละเล็กละน้อย  อาจทำให้ เกิด

โรคตะกั่วเป็นพิษขึ้น  ซึ่งตะกั่วจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในร่างกาย   ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดง

ขาดฮีโมโกลบิน  เซลล์สมองถูกทำลาย อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง  ตาบอด เป็นอัมพาต

หรือมีความเสื่อมทางจิตหรืออาจตายได้  นอกจากนี้ตะกั่วยังทำให้เกิดผลร้ายต่อการตั้งครรภ์  การเจริญ

เติบโตของทารกในครรภ์ ตลอดจนเซลล์สืบพันธุ์ทั้งของเพศชายและเพศหญิง

แหล่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา

แหล่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา มีอยู่หลายแห่ง  เช่น

ดินขาว                   –  ลำปาง  สุโขทัย  สวรรคโลก  ชลบุรี

ดินเหนียว   –  ปทุมธานี  นนทบุรี  ราชบุรี  นครราชสีมา

ควอรตซ์                –  เชียงใหม่  กำแพงเพชร  ลพบุรี  ปราจีนบุรี  จันทบุรี  ระยอง

เฟลด์สปาร์            –  เชียงใหม่  ชลบุรี  กาญจนบุรี  ราชบุรี  นครศรีธรรมราช

ประเภทของผลิตภัณฑ์และอุณหภูมิเตาเผา

ประเภทของผลิตภัณฑ์ อุณหภูมิเตาเผา  ( C )
1.  เนื้อทึบ พื้นผิวหยาบขรุขระ มีความพรุนดูดความชื้น  และน้ำซึมได้2.  เนื้อหนาเนียนละเอียด ทึบแสง ผิวเป็นมันน้ำซึมไม่ได้

3.  เนื้อบางแน่นเนียนละเอียด สีขาว ผิวเป็น

มัน  เห็นโปร่งแสง  น้ำซึมไม่ได้

1,000 – 1,1801,250 – 1,3001,300  ขึ้นไป

อิฐทนไฟ  ทำจากดินเหนียวที่มีปริมาณของอะลูมิเนียมออกไซด์สูง  อาจมีส่วนผสมของแร่โครไมท์

แร่ไพโรฟิลไรท์  เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทนความร้อนได้สูง ( สูงกว่า 1482  C )   มีความแข็งแรง เป็นฉนวนและทนทานต่อการกัดกร่อนใช้ทำเตาเผา   เตาหลอมเหล็ก

สีของเครื่องปั้นดินเผา

สีของเครื่องปั้นดินเผาที่เกิดจากส่วนผสมของโลหะออกไซด์ชนิดต่างๆ

ออกไซด์ของโลหะ สีของเครื่องปั้นดินเผา
โคบอลต์โครเมียมเหล็กทองแดง

แมงกานีส

โครเมียมกับดีบุก

พลวงกับตะกั่ว

น้ำเงินเขียวอมน้ำเหลือง-น้ำตาลน้ำตาลค่อนข้างแดงเขียวสด เขียวใบไม้

น้ำตาล

ชมพู

เหลือง

เครื่องจักสาน

23 ก.ค.

เครื่องจักสานเป็นหัตถกรรมที่มีคุณค่าในตัวเองเพราะใช้วัตถุดิบซึ่งมีความงามตามธรรมชาติ ในด้านคุณค่าทางศิลปหัตถกรรมเครื่องจักสานทำขึ้นด้วยมือซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโรงงานจึงมีคุณค่าเฉพาะตัวในแต่ละชิ้น ลวดลายจากการสาน สอด ทอ ถัก และรูปแบบเครื่องจักสานแสดงถึงลักษณะพื้นเมือง พื้นบ้านที่แตกต่างกัน
เครื่องจักสานคือภาชนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทำขึ้นจากวิธีการ จัก สาน ถัก ทอจากวัสดุที่มีอยู่ตามท้องถิ่นทั่วไป เช่น หวาย ไม้ไผ่ ใบลาน กก ฟาง ก้าน และใบมะพร้าว เป็นต้น เครื่องจักสานเป็นหัตถกรรมที่สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ เพราะทำขึ้นจากวัสดุที่หาง่าย หลักฐานที่ขุดพบจากเครื่องมือ เครื่องใช้ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์พอจะยืนยันได้ว่า มนุษย์รู้จักทำเครื่องจักสานมานานและเก่าแก่กว่าหัตถกรรมอื่น ๆ
ตามประวัติศาสตร์ไทยสมัยสุโขทัย ปรากฏว่ามีเครื่องจักสานชนิดหนึ่งที่พระร่วงทรงคิดขึ้นสำหรับใส่น้ำส่งส่วยให้ขอมเป็นภาชนะจักสานขึ้นด้วยชัน น้ำไม่รั่วเรียกว่ากระออมครุ

 

ลักษณะและประเภทของเครื่องจักสาน

  • เครื่องจักสานที่ใช้เป็นภาชนะส่วนมากเป็นเครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่และหวาย ใช้ใส่ของนานาชนิด มีกระบุง กระจาด กระติบ กระทาย กะโล่ ตะกร้า ฯลฯ
  • เครื่องจักสานที่ใช้เป็นเครื่องตักและตวง มีกระออม กระชุ สัด ฯลฯ
  • เครื่องจักสานที่ใช้เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน มีกระชอน ใช้สำหรับร่อนหรือกรอง กระด้งใช้สำหรับฝัด
  • เครื่องจักสานที่ใช้ในการขนส่งใส่สินค้ามี กระทา เป็นภาชนะไม้ไผ่สานใช้สะพายหลังมีใช้ในภาคเหนือและภาคอีสาน เข่ง หลัว ชะออม สานจากไม้ไผ่และหวายใช้ใส่สินค้า
  • เครื่องจักสานที่ใช้เป็นเครื่องจับและดักสัตว์มีกระจู้ สุ่ม เป็นเครื่องจับและดักสัตว์น้ำ กระชัง ข้อง ใช้เป็นที่ขังสัตว์
  • เครื่องจักสานที่ใช้เป็นเครื่องเรือน เครื่องปูลาด เครื่องประดับและเครื่องเล่น เช่น ฝาเรือนที่ทำจากไม้ไผ่สาน ที่เรียกว่า ฝาขัดแตะ และปูลาดพื้นเรือนด้วยเสื่อที่ทอจากกก เสื่อลำแพนที่สานจากไม้ไผ่ เครื่องแต่งกาย เช่น หมวก หรืองอบ ตะกร้าหวาย เฟอร์นิเจอร์หวาย (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. 2522 – 243)
  •  

    หัตถกรรมไทยในวิถีชาวไทย

    23 ก.ค.

    หัตถกรรมมีความสัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาเป็นเวลาอันยาวนาน  ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากหัตถกรรมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่  ความจำเป็นในการดำรงชีพในสังคมทุกระดับชั้น

    งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่อยู่ในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในท้องถิ่นชนบท  เป็นไปอย่างเรียบง่ายตามธรรมชาติ  เป็นสังคมการเกษตรกรรมอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านในแต่ละครอบครัวอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ระหว่างเครือญาติ  ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  งานหัตถกรรมสร้างแบบง่ายๆ ด้วยวัสดุธรรมชาติ  ที่หาได้ในท้องถิ่น อาชีพหลักของชาวบ้านคือการเพาะปลูก  การประมง  การเลี้ยงสัตว์  ส่วนการค้าเน้นไปที่การเเลกเปลี่ยนกันระหว่างผลผลิตจากไร่นากับสิ่งของที่จำเป็น  เช่น  เสื้อผ้า  เกลือ เป็นต้น  หลังเสร็จสิ้นฤดูทำนา  ผู้หญิงมักจะทำงานฝีมือ  เช่นแกะสลัก เย็บผ้า  ทอผ้า  ส่วนผู้ชายจะทำเครื่องปั้นดินเผา  เครื่องจักสาน  เป็นต้น   งานหัตถกรรมของชนชั้นทางสังคม  ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับ  เครื่องใช้ในครัวเรือน  เครื่องมือทำมาหากิน  เครื่องประดับ  เครื่องใช้ประกอบพิธีกรรม

    จึงกล่าวได้ว่าวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตมีความเกี่ยวข้องกับงานหัตถรรมตั้งแต่สมัยอดีต  โดยมีความผูกพันธ์ใกล้ชิดกับงานหัตถกรรมมาโดยตลอดซึ่งแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมการดำรงชีวิต  ของทุกชนชั้น

    วิวัฒนาการของหัตถกรรมไทย

    23 ก.ค.

     

    ศิลปวัฒนธรรมไทยนั้นมีวิวัฒนาการไปตามสภาพการณ์ของสังคมที่แวดล้อม ในที่นี้ได้ศึกษาวิวัฒนาการของศิลปหัตถกรรมผ่านทางงานศิลปหัตถกรรม 3 ประเภท คือ เครื่องปั้นดินเผา
    เครื่องจักสาน และดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปในสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ จากการวิจัย
    พบว่า ศิลปหัตถกรรมมีวิวัฒนาการแบ่งเป็น 6 ช่วง ดังนี้ คือ
    1. สมัยแห่งการสืบทอดความรุ่งเรืองของอยุธยา งานด้านศิลปหัตถกรรมได้มีการขยายตัว
    เจริญก้าวหน้าและมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้น มิใช่เป็นการเลียนแบบอยุธยาแต่เพียงอย่างเดียว
    2. สมัยแห่งการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ได้
    มีการรับแนวคิดแบบตะวันตก การรับอิทธิพลตะวันตกนี้ได้มีผลต่องานทางด้านศิลปหัตถกรรมทั้ง
    โดยทางตรงและทางอ้อม
    3. สมัยแห่งการสร้างเอกลักษณ์ไทยและพึ่งตนเอง สังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 นั้นมี 2
    ภาพซ้อนกันอยู่ ภาพหนึ่งคือ การรับอิทธิพลตะวันตก ซึ่งสืบเนื่องต่อมา แต่อีกภาพหนึ่งได้รับ
    อิทธิพลตะวันตกในเรื่องการสร้างเอกลักษณ์ของชาติและพึ่งตนเองด้วย
    4. สมัยแห่งการสร้างชาติ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ศิลปหัตถกรรมได้เข้ามา
    เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ในลักษณะที่มีการพัฒนาการเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมโดยเป็นโรงงาน
    อุตสาหกรรมที่ดำเนินการโดยรัฐเป็นสำคัญ
    5. สมัยแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการสานต่อนโยบาย
    การพัฒนาอุตสาหกรรมจากสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม หากแต่เป็นการเน้นเศรษฐกิจแบบเสรี
    ศิลปหัตถกรรมที่ได้ก้าวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมนี้จึงได้มีการพัฒนาโดยเอกชนมากยิ่งขึ้น
    6. สมัยแห่งการฟื้นฟูศิลปหัตถกรรม ประมาณหลัง พ.ศ. 2520 เป็นต้นมานั้น
    ศิลปหัตถกรรมดำเนินไปใน 2 แนวทางเป็นสำคัญ แนวทางหนึ่งคือ การก้าวต่อไปควบคู่กับการ
    พัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แต่อีกแนวทางหนึ่งคือการหวนกลับมาฟื้นฟูและอนุรักษ์งาน
    ทางศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิม

    คุณค่าของงานหัตถกรรมไทย

    23 ก.ค.

    ศิลปหัตถกรรม มีความหมายสำคัญ  เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์  ตั้งแต่เกิดจนตาย  เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์  ต้องสัมพันธ์เกี่ยวกับ  สิ่งของ  เครื่องใช้  ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมต่างๆ งานหัตถกรรม  จึงเป็นดังกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละยุคสมัย  เป็นตัวบอกเล่าประวัติศาสตร์  สภาพเศรษฐกิจ  สังคมและวัฒนธรรม ในกลุ่มชนต่างๆ  คุณค่าของศิลปหัตถกรรม จึงแบ่งออกได้ดังนี้

    1. ด้านประโยชน์ใช้สอย สร้างขึ้นบนพื้นฐานการดำรงชีวิต  เพื่อตอบสนองความต้องการเพื่ออำนวยความสะดวกสายทางกายภาพหรือเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิต

    2. ด้านความเชื่อและค่านิยม งานศิลปหัตถกรรม  แต่เดิมนั้นผู้สร้างและผู้ใช้เป็นคนเดียวกัน  คือสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเอง  การที่ผู้สร้างจะมีค่านิยมและความเชื่อต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด  อย่างไรก็ย่อมจะถ่ายทอดสู่งานที่ตนสร้างด้วยความรู้สึกนึกคิดของตน  โดยมีแบบแผนของกลุ่มวัฒนธรรมที่ดำรอยู่เป็นตัวหล่อหลอม   งานศิลปหัตถกรรมจึงสะท้อนความเชื่อ  ค่านิยม  ของผู้สร้าง

    3. คุณค่าทางด้านประวัตศาสตร์ และโบราณคดี  เนื่องจากงานศิลปหัตถกรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างมีจุดประสงค์  และเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาแต่ในอดีตได้เป็นอย่างดีในฐานะข้อมูลหลักฐานที่เป็นรูปธรรมทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี

    4. คุณค่าทางด้านความเป็นเอกลักษณ์ของสังคมวัฒนธรรม งานศิลหัตถกรรมเกิดขึ้นภายใต้ความแตกต่างทางสภาพแวดล้อม  ฐานทรัพยากร  ประเพณี  คติความเชื่อ  ที่หล่อหลอมเกิดเป็นแบบแผนวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม

    5. คุณค่าทางด้านความงาม การสร้างงานศิลปหัตถกรรมย่อมประกอบขึ้นด้วยความต้องการทางประโยชน์ใช้สอย  แต่ผู้สร้างก็ได้พิจารณารูปทรงที่เหมาะสมและความงามที่น่าใช้สอยประกอบไปด้วยโดยได้แสดงออกผ่านทางรูปทรง  โครงสร้าง  ลวดลาย  วัสดุและฝีมืออันวิจิตร ประณีต

    6. คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยการผลิตสินค้าและของที่ระลึกจากการท่องเที่ยว  เป็นตัวสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น  จนถึงการสร้างรายได้โดยการส่งออกต่างประเทศ

    หัตถกรรมไทย

    23 ก.ค.

    หัตถกรรมไทย หมายถึงสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หรือกระบวนการผลิตสิ่งของด้วยมือ ที่ใช้แรงงานฝีมือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต วัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นมาเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยอาศัยแรงงานจากมือของตน ดัดแปลงวัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อให้มีรูปร่างประโยชน์ใช้สอยได้เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานหัตถกรรม เมื่อมีการผลิตซ้ำๆ กันมากจนเกิดความชำนาญ และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง มีการใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นตามความก้าวหน้าของยุคสมัยนั้นๆ มาพัฒนากระบวนการผลิตหัตถกรรมให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลาดจนการปรุงแต่งความงามของศิลปะในงานหัตถกรรมเพื่อสนองความต้องการทางจิต ใจ และคตินิยมความเชื่อ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอยให้สอดคล้องกัน งานหัตถกรรมจึงกลายเป็นศูนย์รวมของสหวิทยาการศาสตร์ต่างๆ ที่มีคุณค่าทางศิลปะ วิทยาศาสตร์ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ สืบทอดเป็นมรดกของคนในชาติไทย

    ติดตาม

    Get every new post delivered to your Inbox.